NEW : ArJoe's Fic -- ♥ Unwilling to Give Up ( ภาค 2 ) ♥

NEW : ArJoe's Fic -- ♥ Unwilling to Give Up ( ภาค 2 ) ♥

kookkai
#21   [ 19-01-2014 - 18:47:39 ]


Unwilling to Give Up ( ภาค 2 )






เรื่องราวความรักความแค้นของ "เฉิน กวงเทียนกับ เสี่ยวจง"


ที่มี "เสี่ยวเม่ย" เป็นเครื่องมือในการแก้แค้น


ถึงแม้ กวงเทียน จะดูเลวร้ายสุดๆ แต่ก็มีปมที่มาที่ไปว่าอะไรทำให้เขาเป็นคนแบบนั้น


สุดท้าย..ความรักจากเสี่ยวเม่ยจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้หรือไม่?


ลองติดตามอ่านดูนะคะ







kookkai
#22   [ 19-01-2014 - 18:48:06 ]


Cast





"เฉิน กวงเทียน" มือกีต้าร์วงดนตรีร็อกชื่อดัง

ภายนอกเขาคือซุปเปอร์สตาร์ หน้าตาหล่อเหลา ฐานะดี และเป็นเสือผู้หญิง

มีอดีตเป็นปริศนา โลกของเขามีแต่ความมืดมิด..จวบจนได้มาพบกับเธอ







"เสี่ยวเม่ย" สาวน้อยนักแต่งเพลง

ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของ กวงเทียน สงบและสดใสขึ้น

แต่ความแค้นของเขาที่ตกตะกอนไปแล้ว กลับขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อพบว่า เธอเป็นน้องสาวของเพื่อนทรยศ..การแก้แค้นจึงเกิดขึ้น










kookkai
#23   [ 19-01-2014 - 18:48:26 ]


Cast


สมาชิกวง The Heirs





ชื่อ: กวงเทียน

วันเกิด: 22 มิถุนายน พ.ศ. ...

ตำแหน่ง: กีตาร์

ส่วนสูง: 180 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 63 กิโลกรัม

กรุ๊ปเลือด: A

งานอดิเรก: ฟังเพลง

ความสามารถพิเศษ: แคริเน็ท, บีทบ๊อกซ์

จุดเด่น:




ชื่อ: เหล่ยเซิง

วันเกิด: 15 พฤษภาคม พ.ศ. .....

ตำแหน่ง: นักร้องนำ

ส่วนสูง: 182 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 62 กิโลกรัม

กรุ๊ปเลือด: O

งานอดิเรก: ฟังเพลง ออกกำลังกาย

ความสามารถพิเศษ: ยูโด

จุดเด่น: ลักยิ้ม




kookkai
#24   [ 19-01-2014 - 19:36:57 ]




ชื่อ:จีน

วันเกิด: 28 มิถุนายน พ.ศ. .....

ตำแหน่ง: กลอง

ส่วนสูง: 183 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 60 กิโลกรัม

กรุ๊ปเลือด: A

งานอดิเรก: ฟุตบอล บาสเกตบอล

ความสามารถพิเศษ: ฟลุต

จุดเด่น: ตายิ้ม




ชื่อ: อิ่งฟง

วันเกิด: 15 กันยายน พ.ศ....

ตำแหน่ง: เบส

ส่วนสูง: 186 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 62 กิโลกรัม

กรุ๊ปเลือด: A

งานอดิเรก: ฟังเพลง

ความสามารถพิเศษ: เบส แร๊ปเปอร์

จุดเด่น: ตา



kookkai
#25   [ 19-01-2014 - 19:37:18 ]


Cast






(เอเรียล )(พี่สาวของเว่ยหลุน)

เธอสวยแบบเรียบง่าย และมากด้วยความสามารถเธอกลับมาแก้แค้นเสี่ยวจง
ซึ่งเธอเข้าใจมาตลอดว่าเขาเป็นผู้ที่เป็นต้นเหตุทำให้ เหว่ยหลุน น้องสาวคนเดียวของเธอต้องตาย
แต่สุดท้าย..ความรักอันบริสุทธิ์ของเขา ก็เอาชนะทุกสิ่งในใจเธอ






(เจิ้งหยวน ช่าง หรือ เสี่ยวจง )

เสี่ยวจง..(เสี่ยวจง เป็นเพื่อนสนิทของ กวงเทียนและเป็นพี่ชายของเสี่ยวเม่ย)
เขารักเหว่ยหลุนด้วยความจริงใจ
และเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้าย กวงเทียน เพื่อนของเขาเลย


เขาไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเขา
จะเป็นต้นเหตุให้เสี่ยวเม่ย น้องสาวคนเดียวของเขาต้องมาเป็นผู้ชดใช้...




許瑋倫 / Hsu Wei Lun (Xu Wei Lun) as Wei Lun
(สวีเว่ยหลุน หรือ เว่ยหลุน)


เด็กสาวผู้น่ารัก อ่อนหวาน เธอเป็นคนสดใส มีชีวิตชีวา
เธอเกิดมาเพื่อเป็นที่รัก "นางฟ้าที่อยู่ในใจของพวกเราทุกๆ คนตลอดไป"


เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ในไทจง (Taichung) บนไฮเวย์หมายเลข 1 เมื่อเวลา 23:15 ในวันที่ 26 มกราคม 2007 ระหว่างการเดินทางไปกับผู้ช่วยของเธอ หลังจากความพยายามช่วยชีวิตเธอในห้องฉุกเฉินเป็นเวลา 43 ชั่วโมง เธอได้เสียชีวิตลงในวันที่ 28 มกราคม 2007 เวลา 19:37

**ขอไว้อาลัยกับการจากไปของเว่ยหลุนไว้ ณ. ที่นี้ด้วยคะ**






บทนำ




เพื่อความเข้าใจในเนื้อหาของ Unwilling to Give Up ภาค 2

ขอแปะเนื้อหาจากภาค 1 ก่อนสักนิดนะคะ




“ตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้ว เธอมาอยู่กับฉันที่นี่นะ พ่อก็อยากให้เธอมา เธอจะอยู่ตัวคนเดียวที่นี่ไม่ได้หรอกนะเว่ยหลุน”

“ไม่เป็นไรหรอกเอเรียล ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว..ฉันกำลังจะแต่งงานแล้วล่ะ กับเสี่ยวจงไง”

“ฉันได้คุยกับเขาแล้วล่ะเอเรียล ฉันรู้จักชื่อเค้าแล้วด้วยนะ เขาชื่อเสี่ยวจง..เพื่อนของเขาเป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จัก”

“ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด แต่ฉัน...ฉันไม่รู้จะทำยังไง ถ้าฉันไม่ตกลงคบกับเพื่อนของเขาก่อน ป่านนี้ฉันก็คงยังไม่รู้แม้แต่ชื่อของเขาหรอก..เอเรียลเธอเข้าใจฉันใช่มั้ย”

“ตอนนี้ กวงเทียน เพื่อนของเสี่ยวจงรู้เรื่องของฉันกับเสี่ยวจงแล้วล่ะ เราสองคนตัดสินใจบอกความจริงกับเพื่อนของเขา เสี่ยวจงเสียใจมากที่ทำให้เพื่อนสนิทของเขาต้องเสียใจ ฉันเองก็เสียใจนะเอเรียล มันเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าเพียงแต่ฉันพูดความจริงตั้งแต่แรก เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ฉัน..ไม่รู้จะทำยังไง ฉันรักเสี่ยวจง ฉันอยากจะอยู่กับเขา”


“เสียดายจัง วันแต่งงานของฉัน ฉันอยากให้เธอมา เธอเป็นคนที่ฉันอยากให้มางานของฉันมากที่สุดเลยรู้มั้ย เอเรียล”

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เอเรียลได้ข่าวคราวจากเว่ยหลุน ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเสียงของเธอด้วยตัวเอง ก่อนจะได้รู้ว่าเว่ยหลุนน้องสาวคนเดียวของเธอไม่อยู่อีกแล้ว...

“เธอไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลครับ จากอุบัติเหตุทางรถยนตร์ระหว่างทางไปไท้จงที่เป็นบ้านเกิดของแฟนเธอ..แฟนของเธอเป็นคนขับ เขาแค่บาดเจ็บ ส่วนน้องสาวคุณ...หมอต้องแสดงความเสียใจด้วย”

ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีงานมงคลอย่างที่เธอเคยได้ยินเว่ยหลุนเล่าให้ฟังอย่างมีความสุขอีกต่อไป มีแต่งานศพและร่างไร้วิญญาณที่กำลังนอนเคียงข้างผู้เป็นแม่ซึ่งจากไปก่อนหน้าไม่นานแบบนี้





kookkai
#26   [ 19-01-2014 - 19:39:29 ]


“มองหาคนอื่นเถอะเรนนี่ ยังมีผู้ชายดีๆ อีกมากรอเธออยู่ข้างนอกนั่น อย่ามารักฉันเลยนะ”

เสี่ยวจงบอกกับเธอตอนที่เขารู้ว่าเธอรู้สึกกับเขายังไง

“ฉันไม่ใช่คนที่เธอควรจะมารัก เพราะฉันไม่สามารถตอบสนองอะไรเธอได้ทั้งนั้น ไม่ใช่แค่กับเธอ แต่กับทุกคน ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว”

“ฉันเคยบอกเธอแล้วหรือยังว่า ฉันมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง ชื่อ "เสี่ยวเม่ย"...เธอไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก อยู่ที่ไทเปน่ะ...เรนนี่! ที่ฉันอยากจะพูดจริงๆ ก็คือ..ฉันรู้สึกเหมือนเธอเป็นน้องสาวของฉันคนหนึ่งเหมือนกัน”

เรนนี่มองเสี่ยวจงซึ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม นัยย์ตาของเขาดูเศร้าจนเธอรู้สึกได้ทันทีว่าเขาคงมีอดีตอะไรบางอย่างที่คงจะทำให้เขามีสีหน้าเจ็บปวดมากแบบนี้อยู่ในใจ

“มองหาคนอื่นเถอะเรนนี่ ยังมีผู้ชายดีๆอีกมากรอเธออยู่ข้างนอกนั่น อย่ามารักฉันเลยนะ”

“ฉันไม่ใช่คนที่เธอควรจะมารัก เพราะฉันไม่สามารถตอบสนองอะไรเธอได้ทั้งนั้น ไม่ใช่แค่กับเธอ แต่กับทุกคน ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว”


เรนนี่จำแววตาของเขาในวันนันได้ดี รวมทั้งสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอหรือผู้หญิงคนไหนๆได้ทั้งสิ้น






kookkai
#27   [ 23-01-2014 - 20:03:23 ]


Chapter 1




(ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ กวงเทียน นายรู้ดี ฉันไม่เคยต้องการให้มันจบลงแบบนี้เลย)

(ฉันรักเขา กวงเทียน ฉันขอโทษ)


(เรายังเป็นเพื่อนกันใช่ไหม มองตาฉันแล้วตอบสิ กวงเทียน)

(งั้นเหรอ นายคิดว่าอย่างนั้นเหรอเสี่ยวจง แต่สำหรับฉัน...ไม่!")


(นายเคยบอกใช่ไหมเสี่ยวจง..นายเคยบอกว่าจะดูแลเหว่ยหลุน แล้วทำไม...ตอบฉันสิทำไม!)

(กวงเทียน ขอโทษนะ)

(ไม่..เหว่ยหลุน ได้โปรดอยู่กับผม...ขอร้องล่ะ)

(ฉันขอโทษ..)




"ไม่! "

เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของกวงเทียนที่นอนหงายอยู่บนเตียง

เปลือกตารีได้รูปลืมขึ้นพร้อมกับหยดเหงื่อที่ไหลรินออกมาเป็นทางข้างๆ ขมับ

เขามองเห็นเพดานสีขาวทึมๆ อันคุ้นเคย

นิ้วเรียวยกขึ้นบีบขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ อีกครั้ง

เสียงโทรศัพท์มือถือดังอยู่นานแล้ว.....

กวงเทียนสวมเสื้อเชิ้ตไม่ติดกระดุมและเปียกโชคไปด้วยเหงื่อขยับลุกขึ้นนั่ง

เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ ส่วนมืออีกข้างก็เสยเส้นผมยุ่งบนหน้าผากขึ้นไปแรงๆ

"ว่าไง..รู้แล้ว ฉันไม่ลืมหรอก อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน บาย"

มือถือในมือถูกโยนลงบนที่นอนแบบไม่ใส่ใจ

ร่างสูงลุกขึ้นเดินผ่านกองหนังสือ กองซีดี และอะไรอื่นๆ ที่วางรกอยู่บนพื้นและตลอดทางเดิน

ในลำคอแห้งผากจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน

ทำให้ร่างกายของเขาตอนนี้ต้องการน้ำยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

เมื่อดื่มน้ำเรียบร้อย ขายาาๆ ของกวงซีก็เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ

เขาเปิดก๊อกน้ำเหนืออ่างล้างหน้า รองน้ำลูบหน้าของตัวเองก่อนจะเงยหน้าที่เปียกโชคไปถึงเส้นผมขึ้นส่องกระจก

นิ้วเรียวลดลงจากการลูบเส้นผมเปียกๆ มองเข้าไปในกระจกนั่น..

ขอบตาใต้แผงขนตายาวดำสนิทเป็นสีคล้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอย่างเขา

--------------------------------


.....เมื่อคืนเขามีเดทกับ จื่อหลิน พนักงานในบริษัท

ก่อนหน้านั้น เขานั่งสบตากับจื่อหลินเงียบๆ ตลอดการประชุม 3 ชม. ภายในห้องประชุมของบริษัท

เมื่อการประชุมจบลง เขาก็เข้าไปชวนเธอ........

หลังจากดื่ม พูดคุย เต้นรำในผับสลัวๆ แห่งหนึ่งตามลำดับที่ควรจะเป็น เธอก็มานั่งอยู่ในรถของเขา

และพร้อมที่จะไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ จบลงบนเตียงของใครคนใดคนหนึ่งอย่างที่เขาเสนอให้เธอเลือก

(ไปห้องคุณดีมั้ยค่ะ ฉันอยากรู้ว่าที่ห้องของคุณมีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า)

จื่อหลินถามเขาตอนกำลังขับรถว่าจะไปที่ไหน

(ไม่มีหรอก ถ้าอยากจะไปก็ได้ ตกลงที่ไหนดีล่ะ ห้องคุณหรือห้องผม"

เขาตอบง่ายๆ ดูไม่มีอะไรปิดบัง

..ความจริงแล้วจะที่ไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นสำหรับผู้ชายอย่างกวงเทียน

เขาควงผู้หญิงคนนั้นคนนี้ออกไปด้วยกันแทบจะไม่เคยซ้ำหน้าในแต่ละอาทิตย์

เรื่องผู้หญิงของกวงเทียนเป็นที่รู้กันในบรรดาคนรอบๆ ตัวเขา

(ทำไมคุณถึงไม่ค้างกับฉันที่นี่ล่ะคะ) จื่อหลินเอ่ยถามเมื่อทุกอย่างจบลง




กวงเทียนลุกขึ้นสวมกางเกง ตามด้วยดึงเสื้อยืดที่กองอยู่ข้างเตียงมาใส่ลวกๆ

(แฟนคุณกลับมาจะไม่ว่าเอาเหรอ) เขาตอบ

จื่อหลินเอื้อมมือไปตีที่แขนของเขาทันทีตามด้วยทำหน้างอตามประสาผู้หญิง

กวงเทียนเพียงแต่หัวเราะคล้ายๆ ล้อเล่น..ถึงเขาจะยิ้ม แต่นัยน์ตาของเขามันไม่ได้บ่งบอกว่าอย่างนั้นเลย

(ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่ชินกับการนอนคนเดียวน่ะ ไปนะ)

คำอธิบายสั้นๆ ของเขาเป็นสิ่งที่จื่อหลินหรือใครๆ เองก็ได้ยิน

เขาพูดแบบนี้ทุกครั้ง แต่ทุกคนก็รู้ว่ามันไม่จริงหรอก แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง

ร่างสูงลุกขึ้นจากขอบเตียง เอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถ

(ที่ใครๆ พูดถึงคุณ มันจริงสินะ)

คำพูดลอยๆ ของจื่อหลิน ทำให้กวงเทียนหันกลับมา

จื่อหลินขยับลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มคลุมไหล่ลวกๆ แค้ช่วงเนินอก

สำหรับผู้ชายอื่นๆ เพียงแค่นี้มันก็มากพอที่จะทำให้อยู่ต่อแล้ว..แต่ไม่มีทางใช่สำหรับเขา

(คนอื่นๆ เขาพูดถึงผมว่ายังไงเหรอ)

(คุณไม่เคยค้างคืนกับใคร)

กวงเทียนหัวเราะ (ก็ผมเพิ่งบอกเหตุผลไปไง ผมชอบนอนคนเดียว ก็แค่นั้น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ)

(คุณเป็นคนแปลกจริงๆ นะกวงเทียน คุณเคยได้ยินมั้ยที่คนเขามักจะพูดกันว่า

ถ้าหากอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของใครสักคน บางครั้งเราก็ต้องลองนอนกับเขาดู)

คิ้วดกหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ตอบจื่อหลินแบบยิ้มๆ..

(จริงเหรอ รู้มั้ยคุณเป็นคนแรกที่บอกผมเลยนะ แต่ยังไงก็ตาม ผมว่ามันเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมาก)

(แต่สำหรับคุณทฤษฎีนี้มันใช้ไม่ได้เลย ฉันถึงได้พูดไงว่าคุณน่ะเป็นคนแปลก

เพราะแม้แต่ sex ก็ไม่ได้ทำใหใครรู้จักคุณมากขึ้น)

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกวงซี..


(ไปนะ) เขาลาสั้นๆ เป็นครั้งที่สอง ก่อนจะก้าวไปบิดลูกบิดประตูเปิดออก

(ถามจริงๆ กวงเทียน คุณมีอะไรอยู่ในใจเหรอ บอกฉันได้ไหม?)

ร่างสูงยืนอยู่หน้าบานประตู แผ่นหลังกว้าง นิ่งไปครู่หนึ่ง...

(ไปนะ) เขาหันมากลับมาตอบช้าๆ ด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปาก

แต่นัยน์ตาสีดำสนิทยังคงมีแววตาแบบเดิม..แบบที่ไม่มีใครจะเข้าถึงมันได้


kookkai
#28   [ 24-01-2014 - 20:42:15 ]


"ไงกวงเทียน เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย"

จีน (มือกลอง)เพื่อนร่วมวง ยื่นหน้าออกมาจากหลังกลองใบใหญ่ที่กำลังเล่นอยู่เพื่อทักทายกวงเทียน

"อรุณสวัสดิ์จีน" กวงเทียนตอบ แต่ไม่ตรงกับคำถาม

"ต้องถามว่าเมื่อคืนสาวๆ เป็นยังไง จะเหมาะกว่ามั้งจีน..ฉันพูดถูกใช่ไหมกวงเทียน"

เหล่ยเซิง พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มล้อเลียน

ในขณะที่มือกำลังง่วนอยู่กับการจัดการกับไมโครโฟนในมือท่ามกลางสายไฟรกๆ บนพื้น

"อรุณสวัสดิ์เหล่ยเซิง" กวงเทียนตอบเหมือนเดิม

กวงเทียนเดินผ่านเพื่อนร่วมวงทั้ง 2 เข้าไปด้านใน

ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟามุมห้องซ้อมดนตรี ข้างเพื่อนร่วมวงอีกคนของเขาที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

พร้อมกับเอ่ยทักทาย "อรุณสวัสดิ์อิ่งฟง"

กวงเทียนเอนหลังพิงเบาะตัวยาว ท่าทางเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม เพื่อนๆ ต่างหันหน้ามามองเขา

"เฮ้ย! เพิ่งลุกจากเตียงที่ฉันโทร.จิกเมื่อกี้ มาถึงมันก็หมดแีงเลยว่ะ

อยากเห็นหน้าสาวของมันคนเมื่อคืนซะจริงๆ"


จีนเอียงหน้าจากกลองใบใหญ่ที่บดบังยื่นหน้ามาตะโกนแซวไม่เลิกรา

"นายสนใจแต่เรื่องสาวๆ ของตัวเองเถอะจีน" เหล่ยเซิงเอ่ยแขวะจีนแบบขำๆ

ส่วนจีนเมื่อโดนแขวะ ก็เอาแต่้หัวเราะ ยักไหล่และหันไปรัวกลองเสียงดังเป็นจังหวะอย่างเมามัน

"กาแฟค่ะ" เสียงเคาะประตูตามมารยาท 2-3 ครั้ง ดังขึ้น ก่อนคนที่เอ่ยจะเปิดเข้ามา

ทั้ง 3 หนุ่มที่นั่งคนละมุมหยุดกิจกรรมที่กำลังทำ หันไปมองร่างระหงที่เดินเข้ามา

มีแค่กวงเทียนคนเดียวที่นั่งเฉยๆ แววตาเข้มเฉยชา ไม่แสดงอะไรออกมาทั้งนั้น

"ขอบคุณครับ จื่อหลิน" เหล่ยเซิงพูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม

"Thank you very much for your kindness จื่อหลิน

พวกผมคงไม่มีแรงทำงานกันแน่ๆ ถ้าบริษัทนี้ขาดคนใจดีและน่ารักอย่างคุณไปสักคน"
จีนบอกเสียงนุ่ม

ส่วนอิ่งฟงเพียงแต่หันไปยิ้มตอบ

"ว่าแต่เมื่อไหร่คุณจะว่างรับนัดผมตอนเย็นซะทีล่ะครับคนสวย"
จีนยังไม่เลิกรา

จื่อหลินเพียงแต่ยิ้ม และเดินถือกาแฟไปวางบนโต๊ะหน้าโซฟาที่กวงเทียนนั่งอยู่

พอเงยหน้ามาสบตากับกวงซีที่นั่งพิงพนักโซฟาด้วยทีท่าเฉยๆ และไม่ได้พูดอะไรกับเธอสักนิด

แค่เขามองเงียบๆ นิ่งๆ เท่านั้น ใบหน้าของเธอก็กลายเป็นสีแดงจัดขึ้นมากะทันหัน

"เอ่อ...ถ้าต้องการอะไรก็เรียกนะคะ"

เธอเอามือจับผมทัดหูด้วยท่าทางแปลกๆ เขินๆ และเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

3 หนุ่มที่ไม่ใช่กวงเทียนมองหน้ากันไปมา หลังจากเห็นท่าทางของจื่อหลินที่เพิ่งเดินออกไปแล้วก็พอจะเข้าใจ.

จีนถึงกับทำหน้าเซ็งไปเลย ส่วนเหล่ยเซิงและอิ่งฟงเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ

"ไงจีน นายอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าเมื่อคืนสาวที่ไหนไปกับกวงเทียนน่ะ ตอนนี้คงสมใจอยากแล้วสิ"


"หุบปากไปเลยเหล่ยเซิง"
จีนแยกเขี้ยวใส่ทันที


kookkai
#29   [ 24-01-2014 - 21:16:17 ]


"เพลงใหม่เสร็จแล้วเหรออิ่งฟง"

กวงเทียนก้มหน้าลงไปมองดูกระดาษที่เต็มไปด้วยโน้ตเพลงในมืออิ่งฟงที่นั่งข้างๆ

และถามช้าๆ ก่อนจะเอนตัวลงพักสายตาต่อ

"เสร็จที่ไหนกันล่ะ เพลงพวกนี้ที่ประชุมเพิ่งโยนมันออกมาคืนเราเมื่อกี้เองแหละ

ไม่ต้องงงหรอก ของนายก็ด้วยกวงเทียน...หมดนี่เลย

ไม่ผ่านแม้แต่เพลงเดียว แม้แต่ของเหล่ยเซิงก็เด้งออกมาเหมือนกัน.."
อิ่งฟงเล่าให้ฟัง

ทำเอากวงเทียนถึงกับยกศีรษะขึ้นมาขมวดคิ้วฟังเหมือนจะให้แน่ใจว่าตัวเองฟังไม่ผิด

กวงเทียนหันไปมองเหล่ยเซิงที่ยังคงวุ่นวายอยู่กับขาตั้งไมค์...

เขากำลังคิดว่า...เหล่ยเซิงเป็นคนที่เรียกว่าเจ๋งสุดๆ แล้ว เพลงที่แต่งก็ยังถูกเด้ง

อีกทั้งยังไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่งานจะโดนเด้งออกมาทั้งหมดแบบนี้!

"ไม่ต้องทำหน้างงขนาดนั้นน่ากวงเทียน ขนาดเหล่ยเซิงมันยังเฉยๆ เลย"

จีนควงไม้กลองเป็นวงด้วยมือข้างเดียว และยักคิ้วให้

"จะให้โวยวายไปทำไมกันล่ะ ฉันไม่เห็นว่ามันจะแก้ปัญหาอะไรได้เลย" เหล่ยเซิงตอบยิ้มๆ

"ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาหาคนแต่งเพลงให้เราอยู่"

อิ่งฟงพูดขึ้นมาลอยๆ แต่เล่นเอากวงเทียนถึงกับลุกขึ้นนั่งเต็มตัวจากกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่เมื่อกี้

"แต่งให้!...นี่นายคงไม่ได้หมายความว่าอัลบั้มนี้ของพวกเรา ทางบริษัทจะให้คนอื่นมาแต่งเพลงให้ว่างั้น!"

คิ้วเข้มของกวงเทียนขมวดขึ้นอย่างข้องใจ

"ฉันว่านายเข้าใจได้ถูกต้องแล้วล่ะกวงซี"

คำตอบไม่ได้มาจากทั้งสามหนุ่มที่อยู่ในห้องซ้อมดนตรีนั่น

แต่เป็นเสียงของจางหาว ผู้จัดการส่วนตัวของพวกเขา ที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

"คุณหมายความว่ายังไงจางหาว พูดมาให้เคลียร์ดีกว่า หมายความว่าพวกคุณจะไม่ให้เราทำเพลงกันเองแล้วใช่มั้ย" กวงเทียนซัก

"เอาล่ะหนุ่มๆ ใจเย็น แล้วฟังก่อน"
จางหาวยกมือแบบห้ามทัพ "จากที่ประชุมเมื่อวาน

พวกนายก็ได้ยินแล้วว่าพวกเขาต้องการเปลี่ยนอัลบั้มนี้ให้มันแตกต่างจากอัลบั้มที่ผ่านๆมา

ฉันขึ้นไปคุยมาให้แล้ว เขาก็ไม่ได้จะให้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก

แนวเพลงของพวกนายก็ยังคงเป็นของพวกนาย เพียงแต่ว่าเขาต่้องการความแปลกใหม่บ้าง

แล้วอีกอย่างอัลบั้มนี้ก็เป็นอัลบั้มพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปีของพวกนายด้วยนี่นะ"
จางหาวอธิบาย

"ก็เลยต้องการความแปลกโดยการให้คนอื่นมาทำเพลงให้เรางั้นสิ

ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เยี่ยมไปเลย พวกนายว่างั้นมั้ย"
กวงเทียนประชด

ทั้งจีน เหล่ยเซิง และอิ่งฟง ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ทีท่าก็แสดงออกว่าเห็นด้วย

พวกเขาทั้ง 4 คนเป็นเพื่อนกัน รวมตัวเป็นวงดนตรีตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้มันจะครบ 10 ปีอยู่แล้ว

เหล่ยเซิง-ร้องนำ, จีน-กลอง, อิ่งฟง-เบส

และเขาเล่นกีตาร์ กับมีหน้าที่แต่งเพลงเป็นหลักของวงร่วมกับเหล่ยเซิง

วง The Heirs อยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่เคยมีใครต้องมาทำเพลงให้

การทำแบบนี้ ในความคิดของกวงเทียน ถือเป็นการสบประมาทศิลปินอย่างพวกเขาขั้นรุนแรง

ยิ่งกว่าการโยนเพลงพวกนั้นทั้งหมดออกมาด้วยซ้ำ





kookkai
#30   [ 24-01-2014 - 21:48:33 ]


"ขอโทษค่ะ" เสียงนุ่มๆ แผ่วเบาดังมาจากด้านหลัง

ร่างเล็กๆ บางๆ ก้าวออกจากขอบประตู เข้ามายืนข้างๆ เยื้องด้านหลังจางหาว

"อ้าว..เสี่ยวเม่ย..ต้องขอโทษด้วยนะ พวกเขาก็เป็นแบบนี้นี่แหละ แต่จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก

เอาเป็นว่า ผมจะแนะนำให้คุณรุ้จักหนุ่มๆ วง The Heirs ก่อนดีกว่า

นี่เหล่ยเซิง นักร้องนำ นั่นจีน คนที่อยู่ตรงกลองนั่นล่ะ ส่วนนี่อิ่งฟง เขาเล่นเบส แล้วก็นี่..."


"กวงเทียน..เฉินกวงเทียน เขาเล่นกีตาร์และแต่งเพลงด้วย ฉันรู้จักพวกเขาดีค่ะ ขอบคุณนะคะจางหาว"

เสี่ยวเม่ยหันไปบอกผู้จัดการจาง

จางหาวจึงพยักหน้าแบบรับรู้ และหันไปบอกกับอีกฝ่าย "หนุ่มๆ นี่ เจิ้งเสี่ยวเม่ย จะมาเป็นคนแต่งเพลง

เ่อ่อ...เอาเป็นว่าจะมาร่วมแต่ง คือประมาณว่าช่วยดูแลเรื่องเพลงในอัลบั้มนี้ให้พวกนายก็แล้วกัน

หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรนะ"
จางหาวเน้นเสียงมากตรงประโยคท้าย

ทั้ง 4 หนุ่มที่อยู่คนละมุมดูจะมองมาอย่างสนใจ

มีแต่สายตาดุๆ เข้มๆ ของกวงซีเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

หลังจากที่เขาได้ยินชื่อตัวเองออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ บางๆ ไร้สีของลิปสติกใดๆ นั่นของเธอ

..มันก็แค่เรียกชื่อเท่านั้น ใครๆ ก็เรียกได้ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ แบบนี้...


(กวงเทียน..เฉินกวงเทียน เขาเล่นกีตาร์และแต่งเพลงด้วย ฉันรู้จักพวกเขาดีค่ะ)

เหมือนเธอพูดถึงเขามากกว่า ไม่ใช่ทุกคน

ราวกับว่าเธอรู้จักเขาดี ดีกว่าที่พูดว่า เขาเล่นกีตาร์และแต่งเพลงแค่นั้น






kookkai
#31   [ 25-01-2014 - 19:02:56 ]


"ชื่อของคุณ...อะไรนะ"

กวงเทียนถามออกมาช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องผู้หญิงตรงหน้าแทบจะไม่กะพริบ

ทำเอาผู้จัดการจางหาวถึงกับต้องจ้องหน้าเขาเขม็งและกระแอมประมาณว่าให้มีมารยาททำตัวดีกว่านี้

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กวงเทียนสนใจเสียทีไหน

"ฉันเสี่ยวเม่ยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะกวงเทียน"

ส่วนสูงของกวงเทียนที่อยู่ตรงหน้าทำให้ใบหน้าเล็กๆ ถึงกับต้องเงยขึ้นเพื่อมอง

เธอหันมามองหน้าเขาตรงๆ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือมาให้เขาก่อนอย่างมีมารยาท

....ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับสีของเส้นผมสลวยเคลียหน้าผาก

เรือนร่างเธอดูจะบอบบางกะทัดรัดไปเสียหมดเมื่ออยู่ในชุดแซคสีขาว

เธอซุกมืออีกข้างที่ไม่ได้ยื่นมาตรงหน้าเขาลงในกระเป๋ากระโปรง

กวงเทียนเห็นแววตาสั่นไหวน้อยๆ แบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักมองเขาครู่สั้นๆ

ก่อนจะเป็นฝ่ายเลี่ยงไปมองทางอื่นแทน

เขาไม่ทันคิดหรอกว่าที่เธอมีปฎิกิริยาดูเกร็งๆ แบบนั้น เป็นเพราะวิธีที่ตัวเขามองเธอนี่เองต่างหาก



..รูปร่างหน้าตาแบบสาวรุ่นที่อายุคงจะไม่มีทางเกิน 20 ต้นๆ

ในสายตาเขา เธอยังเด็กมาก ดูเรียบมาก ธรรมดามาก ถึงขั้นจืดชืดเลยก็ว่าได้

และคงเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่เขาคิดจะชวนออกไปไหนสักคืน

กวงเทียนมองนิ่งๆ และยื่นมือไปจับตอบ...มือบางๆ นิ่มๆ นั้นเย็นเฉียบ

แล้วเธอก็เป็นฝ่ายดึงมือกลับก่อนหลังจากที่เขาแตะอุ้งมือเย็นๆ นั้นไม่ถึง 5 วินาทีด้วยซ้ำ

จีนเริ่มกัดริมฝีปากพยักหน้าช้าๆ อย่างครุ่นคิดหลังจากพิจารณาสาวน้อยคนที่เพิ่งมาใหม่เสร็จแล้ว

ดวงตาชั้นเดียวของหนุ่มตี๋อย่างจีนหันไปสบตากับอิ่งฟงที่นั่งเงียบๆ บนโซฟาตัวเดิม

ตามด้วยเหล่ยเซิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ไกลเขาเท่าไหร่

ก่อนจะพูดเบาๆว่า "พนันกันได้เลย คนนี้เสร็จกวงเทียนอีกแน่"




kookkai
#32   [ 25-01-2014 - 19:26:25 ]


Chapter 2


"พวกเขาคิดยังไงถึงเอาเด็กแบบนั้นมาทำเพลงให้พวกเรา!...

พูดมาได้ว่า นี่เจิ้งเสี่ยวเม่ย จะมาเป็นคนดูแลเรื่องเพลงในอัลบั้มนี้ให้พวกนายนะ..

เฮอะ! ดูแลงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี! "


กวงเทียนทำเสียงและหน้าตาเลียนแบบผู้จัดการส่วนตัวและตบท้ายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอารมณ์เสีย

หนุ่มๆ สมาชิกวง The Heirs อีก 3 คน กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่คนละมุมบนโซฟาตัวยาว

รอบโต๊ะสี่เหลี่ยมที่วางขวดเบียร์ไว้เต็ม บางขวดก็ว่างเปล่าแล้ว

แต่ละคนสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเหลียวมองคนพูดที่กำลังยกเบียร์ขึ้นดื่มด้วยอาการกระแทกกระทั้น

พวกเขาลงความเห็นว่า นานๆ ทีถึงจะได้เห็นกวงเทียนอารมณ์เสียขนาดนี้

เพราะปกติเขาจะไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นัก หนนี้คงจะไม่พอใจมากจริงๆ

"ความจริง ฉันว่าเสี่ยวเม่ยอาจจะมีอะไรดีก็ได้นะ ไม่งั้นพวกเขาคงไม่ปล่อยให้มาถึงพวกเราหรอก"

เหล่ยเซิงเสนอความคิดเห็นแบบเป็นกลางในเรื่องที่เป็นประเด็นหลักของการพูดคุยกันตลอดการดื่มคืนนี้

"นั่นสิ หน้าตาเธอก็น่ารักดีด้วย ฝีมืออาจจะดีก็ได้ เรายังไม่เห็นเพลงที่เธอแต่ง อย่าเพิ่งตีโพยตีพายเลยน่า"

จีนเห็นด้วยอย่างไม่ค่อยเคร่งเครียดนัก

กวงเทียนวางขวดเบียร์ลง แววตาคมเข้มมองหน้าคนพูดทั้งสองคนแบบนิ่งสนิท...

"อย่างนั้นน่ะเหรอจะมีฝีมือ จะมีอะไรดี หน้าใหม่ก็เท่านั้น เด็กเส้นใครรึเปล่าก็ไม่รู้

พวกนายก็เห็นๆ กันอยู่ ไม่เห็นจะเข้าท่า"


"ก็อย่างจีนมันจะไปเห็นอะไรล่ะ ดูแค่หน้าตากับหุ่นดีก็ถือว่าผ่านหมดแล้วหล่ะ ใช่มั้ยจีน" เหล่ยเซิงแซว

และประโยคนี้ของเหล่ยเซิงทำเอาอิ่งฟงที่นั่งดื่มเงียบๆ ถูกใจ ถึงกับยกขวดเบียร์มาชนกับเหล่ยเซิงทันที

"ขอบใจนะ ไอ้เพื่อนผู้แสนดีทั้งหลาย" จีนชูขวดเบียร์ในมือขึ้นแบบประชด

คำพูดนั้นทำเอากวงเทียนกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย แววตาฉายแววความรำคาญ...

..น่ารักเหรอ ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน เขายังไม่เห็นข้อดีอะไรในตัวเธอทั้งนั้น มีแต่อารมณ์ไม่พอใจเต็มไปหมด

แม้แต่ผู้จัดการจางหาวเองก็เหอะ การยอมรับง่ายๆ แบบนั้นถือเป็นการสบประมาทคนแบบเขาอย่างแรง

แล้วเขาจะนั่งหน้าระรื่นอยู่ได้ยังไง


"ฉันไม่มีทางยอมรับผู้หญิงคนนั้น ถ้าอยากจะให้เธอทำนักก็ทำไป

แต่ฉันจะไม่มีทางให้ความร่วมมือเด็ดขาด"
กวงเทียนกระแทกขวดเบียร์ลงบนโต๊ะ

สายตาคมเข้มที่มองหน้าเพื่อนทีละคนฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากเห็นทีท่าแต่ละคนแล้วดูไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อนอย่างเขาเลย

"เอาน่าๆ ฉันก็แค่แสดงความเห็น ยังไม่ได้บอกว่าจะยอมรับเธอสักหน่อย

อย่าเพิ่งทำท่าเหมือนจะฆ่ากันอย่างนั้นสิวะ"
จีนพูด

"ใช่ คือเรื่องอย่างนี้มันก็ต้องรอดูก่อนถึงจะตัดสินได้ใช่มั้นล่ะ ฉันก็ไม่ได้พูดว่ายอมรับเธอแล้วเหมือนกัน"

เหล่ยเซิงพูดอย่างประนีประนอมเมื่อคนหน้าเครียดหันมาจ้องเขาอย่างรอคำตอบอีกคน

อิ่งฟงซึ่งเป็นคนสุดท้าย..เพียงแค่ยักไหล่น้อยๆ ยกขวดเบียร์ขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่ออกความเห็นใดๆ ตามเคย

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนชินแล้วสำหรับหนุ่มน้อย no comment อย่างเขา

ไม่รู้ว่าเพราะพอใจในคำตอบของเพื่อนๆ หรือว่าเพราะหญิงสาวในชุดสุดเซ็กซี่ตรงบาร์เครื่องดื่มส่งสายตามาให้เขาครู่ใหญ่ๆ แล้ว

ที่ทำให้กวงเทียนหยิบขวดเบียร์ขวดใหม่ขึ้นมาและลุกจากโต๊ะไปยังบาร์ที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่

ซึ่งเพื่อนๆ ก็แค่มองตามเฉยๆ แบบชินแล้วกับนิสัยของเขา


kookkai
#33   [ 25-01-2014 - 19:58:41 ]


"อรุณสวัสดิ์ค่ะกวงเทียน" พนักงานสาวที่นั่งอยู้หลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอ่ยทักเขา

ที่เพิ่งผลักประตูหน้าบริษัทเข้ามาเมื่อเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้วเช่นนี้

ทำให้กวงเทียนที่ถูกทักได้แต่ยิ้มนิดๆ เขาดึงแว่นกันแดดลงพร้อมกับส่งยิ้มและแววตาเข้มๆ ให้

เพียงแค่นี้..เพียงรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากแค่นี้

ก็ทำเอาสาวๆ ประชาสัมพันธ์ที่มองอยู่ถึงกับหน้่าแดงเรื่อๆ เอาง่ายได้เหมือนกัน

ร่างสูงเดินขึ้นลิฟต์ไป..พอเข้าไปในนั้นคนเดียวหลังกดชั้นที่ต้องการเรียบร้อย




กวงเทียนก็ใช้เวลาสั้นๆ ระหว่างรอยืนพิงผนังด้านข้าง มือเรียวยาวยกขึ้นเสยผมบนศีรษะ

ขอบตาลึกใต้แผงขนตาดำยาวค่อนข้างจะคล้ำแบบคนที่ไม่เคยนอนเต็มอิ่ม

..มันเป็นเรื่องปกติเช่นนี้ทุกๆ วันของเขา..

กวงเทียนกับท่าทางแบบนี้จนใครๆ รอบตัวต่างก็เคยชิน

..สำหรับเขา การลืมตาตื่นขึ้นมาในแต่ละวันนั้นมันคล้ายจะเป็นเริ่องยากลำบากที่สุด

แต่ความจริงแล้ว ที่ทรมานยิ่งกว่าคือการจะนอนหลับลงไปให้ได้ในแต่ละคืนต่างหาก....

(นายหัดดื่มแล้วก็เที่ยวกับสาวๆ ให้น้อยลงหน่อยซิ สุขภาพจะได้ดีกว่านี้)

จางหาวมักจะเตือนเขาแบบนี้อยู่บ่อยๆ ไม่นับรวมเรื่องสูบบุหรี่จัดของเขาอีกอย่าง

และก็จะพูดประโยคแบบนี้แทบทุกครั้งที่โทร.มาปลุกให้เขามาทำงาน รวมทั้งวันนี้ก็เช่นกัน

เร่องเดิมๆ คำพูดเดิมๆ และอีกอย่างที่เหมือนเดิมเช่นกันก็คือ..

กวงเทียนเคยเปลี่ยนแปลงมันเสียที่ไหนกันล่ะ...

ตราบใดที่เขายังมีแรงแต่งเพลงและยอดขายอัลบั้มไม่ตก

เขาก็สามารถดำเนินชีวิตแบบที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้ได้โดยไม่มีใครมาคอยบังคับ

จะทำได้ก็แค่เตือน อย่างที่ผู้จัดการหรือเพื่อนๆ ของเขาที่จะว่าไปก็เลิกเตือนไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากเตือนกันมานานเกือบจะ 10 ปีแล้วไม่เคยเห็นอะไรเปลี่ยน..



kookkai
#34   [ 25-01-2014 - 20:43:49 ]


"ไง กว่าจะตามตัวนายได้นี่มันยากจริงๆ เลยนะกวงเทียน"

จางหาวเดินมาตบหลังและโอบไหล่ลากเขาเดินไปด้วยกัน

ทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มคนที่กว่าจะลากมาได้ก็ต้องใช้ความพยายามใหญ่หลวง

ซึ่งจางหาวก็พอจะเข้าใจสาเหตุ

เพราะปกติแล้วกวงซีก็แทบจะไม่เสด็จมาบริษัทอยู่แล้วถ้าไม่มีอะไรสำคัญจริงๆ

แถมช่วงนี้เขาไม่พอใจเรื่องอะไรอยู่ทุกคนต่างก็รู้ดี

จะให้โผล่หน้ามาง่ายๆ เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนอย่างกวงเทียนคนนี้แน่

"ผมพูดคำเดียวนะจางหาว ถ้ามีผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีผม"
กวงเทียนบอกกับจางหาวไว้ว่าอย่างนั้น

ซึ่งจางหาวยังจำได้ดี เขาได้แต่คิดหาทางประนีประนอม แต่จะทำยังไงได้

ถ้าคนอย่างกวงเทียนไม่ยอมขึ้นมา ใครจะพูดยังไงก็ยาก

"คืองี้นะ กวงเทียน มีเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จ 2-3 เพลง แต่ยังไม่ถึงขั้นเรียบร้อยสมบูรณ์อะไรหรอกนะ

ฉันแค่อยากให้พวกนายลองร้องดูก่อนว่าเป็นยังไง

ถ้ามันโอเค งานจะได้คืบหน้าไปอีกหน่อยยังไงล่ะ เบื้องบนเขาเร่งมาเต็มทีแล้วนายก็รู้"

จางหาวอธิบาย ในขณะที่เดินมาตามทางด้วยกัน

ดวงตาคมเข้มหันมามองหน้าจางหาวราวกับมีคำถามเมื่อได้ยินเขาอธิบายเรื่อยๆ

แต่ไม่ทันได้พูดอะไรเพราะดูเหมือนจางหาวเองจะไม่ยอมให้เขามีโอกาสด้วย

เมื่อมาถึง..จางหาวก็รีบผลักประตูที่มีป้ายเขียนหน้าห้องว่า Privately เข้าไปช้าๆ

ซึ่งเมื่อพบกับบรรยากาศในห้องนั้น ก็ทำเอาคิ้วเข้มของกวงเทียนขมวดชนกันในทันที!

....ห้องทำงานส่วนตัวของเขา ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือของพวกเขาทั้ง 4 คน

ที่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นแค่ของพวกเขาอีกต่อไป เพราะมีคนอื่นมาเพิ่ม....

สาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจ ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว...

..แต่ไม่ใช่แค่นั้น..เพราะดูเหมือนเพื่อนๆ ของเขาทั้ง 3คน ไม่ได้คิดอย่างเขา

"ผมชอบตรงท่อนนี้มากเลยเสี่ยวเม่ย คุณคิดได้ยังไง สุดยอดจริงๆ"

จีนพูด พร้อมกับยื่นกระดาษเขียนตัวโน๊ตส่งต่อให้อิ่งฟง

2 หนุ่มกำลังนั่งคุยกันอย่างอารมณ์ดีที่โซฟามุมห้อง

บนโต๊ะเต็มไปด้วยขนมและเครื่องดื่มซึ่งพร่องไปบ้างแล้ว

ชนิดที่ดูก็รู้ว่าใช้เวลาร่วมกันอยู่นานพอสมควร

ถัดไปจากมุมโต๊ะรกๆ นั่น..ตรงคีย์บอร์ด..

"นี่เลยเสี่ยวเม่ย คุณไล่คีย์ถูกแล้ว.."

"เห็นทีมันจะยากสำหรับฉันค่ะ อย่าพยายามเลย"

"ไม่หรอกครับ หัดแป๊บเดียวก็เป็น ยิ่งมีความรู้พื้นฐานด้านตัวโน้ตดีอย่างคุณ แค่นี้สบายมาก"


นั่นล่ะใช่เลย...เหตุผลที่ทำให้เขายืนหน้านิ่วคิ้วขมวด...

ตอนนี้เธอนั่งอยู่ตรงนั้นโดยมีร่างสูงของเหล่ยเซิงยืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้ตัวที่เธอนั่ง



kookkai
#35   [ 25-01-2014 - 21:02:10 ]


"สวัสดีกวงเทียน" เหล่ยเซิงเอ่ยทักทันทีที่เงยหน้ามาเจอกับกวงเทียนที่กำลังยืนนิ่งๆ อยู่หน้าประตู

"อ้าว..เฮ้ กวงเทียนมาแล้วเหรอ" จีนรีบร้องทักแม้ว่าร้อยยิ้มจะดูเจื่อนๆ ลงไปบ้าง

ส่วนอิ่งฟงเขาเงยหน้าขึ้นมามองเฉยๆ ตามเคย

แววตาสดใสจากนัยน์ตาของเสี่ยวเม่ยหันมามองเขา แล้วเธอก็ยิ้มให้อย่างจะทักทายบ้าง

เพียงแต่ว่ากวงเทียนไม่ได้ตอบรับรอยยิ้มนั้น...

หน้าเข้มๆ ดูบึ้งตึงมาก เอาเป็นว่าเขากำลังมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน

ตอนนี้ดูเหมือนกับว่าเธอกับเพื่อน 3 คนนั้นของเขาจะเข้ากันได้ดีทีเดียว

จริงๆ แล้วมันดูเข้ากันดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ

เขาไม่มาแค่ 2-3 วัน ก็ดูเหมือนว่าพลาดอะไรสำคัญไปหลายอย่างเลยสินะ.........

ปัง!

นั่นคือเสียงประตูบานที่เพิ่งผลักเข้ามากระแทกปิดอย่างแรงอย่างไม่ปิดบังอารมณ์ตัวเองเลยสักนิด

"ฉันว่าแล้ว" จีนโยนกระดาษวางลงบนโต๊ะ พลางร้องเฮ้อยาวๆ เอนหลังพิงพนักโซฟาเอามือสอดท้ายทอยแบบกลุ้มๆ

ส่วนอิ่งฟงเงยหน้าไปมองเสี่ยวเม่ยที่ดูเหมือนจะนิ่งไปอย่างปลอบใจ

เธอเพียงแค่เม้มริมฝีปากน้อยๆ ไม่พูดอะไร..

"อย่าคิดมากนะครับ เวลาอารมณ์ไม่ดีกวงเทียนเขาก็เป็นอย่างนี้ล่ะ แต่เดี๋ยวเขาก็หาย ไม่ใช่เพราะคุณหรอกเสี่ยวเม่ย"


เหลยเซิงบอกอย่างอ่อนโยน ดูเห็นใจเมื่อมองเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเธอ

"เอาล่ะๆ เดี๋ยวฉันจัดการเอง เสี่ยวเม่ยคุณอยู่นี่แหละ คุยเรื่องงานกับ 3 คนนี้ไปก่อนนะครับ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้เอง"
จางหาวบอก

"ผู้จัดการจางคะ ให้ฉันไปคุยกับเขาเองได้มั้ยคะ"

ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเงยหน้าบอกด้วยท่าทางจริงจัง


kookkai
#36   [ 25-01-2014 - 21:18:46 ]


เสียงสัญญาณเปิดล็อกรถสีดำคันใหญ่ดังขึ้นก่อนที่เจ้าของรถจะเดินถึงตัวรถด้วยซ้ำ

พอก้าวไปถึงรถ กวงเทียนก็กระชากประตูรถเปิดออกเร็วๆ อย่างอารมณ์เสีย

แต่ไม่ทันจะได้ขึ้นไปนั่ง เขาก็ต้องหยุดหันกลับไปเพราะเสียงเรียกจากทางด้านหลัง

"กวงเทียน"

ร่างบางกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามออกมาจากประตูบานที่เขาเพิ่งออกมา

มาหยุดอยู่ตรงหน้าและพูดกับเขาโดยแทบจะไม่หยุดพักเพื่อหายใจ

"ขอฉันคุยกับคุณหน่อยได้มั้ยคะ"

มือใหญ่กระแทกประตูปิดลง จากที่กำลังจะไปก็หันมายืนตรงหน้าเธอแทน



เขาก้มลงมองหน้าสาวน้อย ที่ตามมาเพื่อพูดกับเขาอย่างเต็มสายตาเป็นครั้งแรก

ด้วยแววตาคล้ายจะเยาะๆ ผสมดุดันคุกกรุ่นจากอารมณ์โมโหเมื่อครู่

..นี่เธอคิดว่าเธอเป็นใครกันถึงได้คิดจะมาคุยกับเขา เธอคงคิดว่าเธอแน่เต็มทีแล้วสินะ....

สายตาคมตวัดไล่มองเธอทั้งตัวอย่างไม่กรงใจเหมือนเวลามองประเมินอะไรสักอย่างที่จะซื้อ

เขาไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวก็จริง แต่เสี่ยวเม่ยก็คิดว่าเธอควรจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

อย่างน้อยเขาก็ยังหยุด ไม่ได้หนีไปนี่ คิดในแง่ดี เขายอมหยุดเพื่อฟังเธอแล้วนะ

เธอควรจะรีบใช้โอกาสนี้พูดในสิ่งที่คิดมาตลอด...

"ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน แต่ว่าฉัน..คือฉันอยากทำงานร่วมกับคุณนะคะ"

เธอเริ่มพูดช้าๆ "การที่บริษัทให้โอกาสฉันมาทำงานร่วมกับพวกคุณ 4 คน

ถือเป็นเกียรติและเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับฉัน และฉันก็อยากจะให้งานออกมาดีที่สุด

ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ใช่คนเก่งอะไร ถ้าเทียบกับคุณแล้ว ฉันอาจจะเป็นตัวถ่วง หรืออาจจะทำให้คุณรำคาญ

แต่ว่า..คือที่ฉันอยากจะพูดก็คือ คุณจะกรุณาให้โอกาสฉันได้มั้ยคะ"


กวงเทียนจ้องหน้าเธอนิ่งๆ เขาไม่ตอบ แต่คิ้วหนาๆ สองข้างนั่นยิ่งดูจะขมวดชนกันมากขึ้นทุกที

สายตาของเขานี่มันทำเอาเธอต้องรวบรวมกำลังใจอย่างมากเพื่อจะพูดกับเขาจริงๆ

ไม่มีอะไรเหมือนเพื่อนของเขาเลยสักนิด..เขาไม่เหมือนผู้ชายคนไหนๆ ที่เธอเคยเจอมาเลยทั้งนั้น!

เสี่ยวเม่ยรู้สึกว่ามือตัวเองเย็นเฉียบ และเธอถึงกับต้องพยายามควบคุมไม่ให้มันสั่นเลยด้วยซ้ำก่อนจะพูดกับเขาต่อ

"ฉันเห็นว่าเราต้องทำงานร่วมกัน ฉันก็เลย....คือฉันก็แค่อยากจะให้เราเข้ากันได้

เหมือนอย่างเพื่อนๆ ของคุณ ได้มั้ยค่ะ...!!!"





kookkai
#37   [ 25-01-2014 - 21:49:58 ]


มันเป็นเพียงแค่วินาทีสั้นๆ เท่านั้นตอนที่เสี่ยวเม่ยรู้สึกว่าถูกมือใหญ่ฉุดข้อมือของเธอ

แล้วดึงร่างไปชิดกับแผ่นอกกว้างของเขา

เธอลืมตามองหน้าเขาอย่างตกใจ และก่อนที่เธอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ในวินาทีต่อมา ริมฝีปากร้อนระอุก็สัมผัสอย่างหนักหน่วงลงบนปากนุ่ม รวดเร็ว รุนแรง






และปล่อยร่างในอ้อมแขนที่แทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่ออกแทบจะทันทีที่รู้สึกว่ามือของเธอวางลงบนเสื้อตรงอกของตัวเอง

เสี่ยวเม่ยยังงงจนตั้งตัวไม่ติด ใจเต้นรัวเสียจนมันคล้ายๆ จะทะลุออกมานอกอกของเธออยู่แล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

แต่แววตาคมเข้มของผู้ชายตรงหน้าดูเหมือนจะบอกอะไรได้หลายอย่างมากกว่าคำพูด

สายตาที่ทั้งเย้ยหยัน ทั้งสะใจ เหมือนกับได้ระบายอารมณ์โกรธออกไปบ้าง

"จะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ" กวงเทียนพูดกับเธออย่างช้าๆ

เขายิ้ม แต่มันไม่ได้เป็นรอยยิ้มที่มีความหมายในเชิงดีเลยแม้แต่น้อย

โดยเฉพาะประโยคที่เขาใช้ตอบคำถามของเธอเมื่อครู่

"เมื่อกี้คุณพูดว่าไงนะ..เห็นว่าเราต้องทำงานร่วมกัน ก็เลยอยากจะให้เราเข้ากันได้ว่างั้น..

ผมคิดว่าที่ที่เราจะเข้ากันได้มีที่เดียวเท่านั้นแหละ นั่นก็คือบนเตียงของผมยังไงล่ะ"
กวงเทียนพูดกับเธอ

แล้วก็พอใจที่เห็นสีหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงเรื่อบวกกับอาการกัดริมฝีปากน้อยๆ

เป็นไปได้ว่าคงอายพอๆกับโกรธ และเขาก็ไม่มีความคิดที่จะพูดดีๆ กับเธอ

เพราะที่เขาทำมันค่อนข้างจะหยาบคายเสียด้วยซ้ำ

"ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณทำยังไง ใช้วิธีไหน สามคนนั้นถึงได้ยอมรับคุณง่ายๆ

แต่สำหรับผม ขอบอกเอาไำว้เลยว่า..ไม่!"
เขาเน้นเสียงเข้มตรงคำสุดท้าย

รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปเหลือแต่ใบหน้าบึ้งตึงตามเดิม



"ผมไม่เคยมีความคิดที่จะทำงานร่วมกับผู้หญิง โดยเฉพาะกับเด็กอย่างคุณ รู้เอาไว้ด้วย!"

ร่างสูงหันไปเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไป


ก่อนจะกระแทกปิดมันตามด้วยเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์แรงๆ

ก่อนที่รถสีดำเป็นมันปลาบจะกระชากตัวถอยหลังออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

โดยไม่สนใจหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นอีกเลย



kookkai
#38   [ 26-01-2014 - 15:53:21 ]


Chapter 3



ในเช้าวันถัดมา เสียงออดประตูดังขึ้น..

"เอาล่ะกวงเทียน ฉันไม่ได้จะมารบกวนอะไรนายมากมายนัก แค่รับไอ้นี่เอาไว้แล้วฉันจะไป โอเคมั้ย?"

จางหาวรีบอธิบายพร้อมกับยัดแฟ้มใส่มือกวงเทียนที่ตรงหน้าประตูห้อง

เมื่อพบว่าสีหน้าของกวงเทียนยามลุกมาเปิดประตูห้องให้เขานั้นดูมีทีท่าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

แล้วก็คล้ายๆ ว่าจะปิดประตูใส่หน้าเขาอยู่แล้ว...

สีหน้าดูถูกลดลงมองของในมือ ทำให้จางหาวถอนหายใจและพูดกับเขาอีกครั้งก่อนจะไป

"แค่ดูสักนิด มันคงไม่ถึงกับทำให้นายตายหรอกน่า

หลังจากดูแล้วถ้านายยังคิดแบบเดิมอยู่ เราค่อยคุยกันใหม่เรื่องนี้ ตกลงนะ"


จางหาวเอ่ยขึ้นอย่างรวบรัด แล้วขอตัวกลับในทันที

..กวงเทียนมองดูแฟ้มนั่น..แล้วเขาก็วางมันทิ้งเอาไว้อยูนานด้วยศักดิ์ศรีบ้าบออะไรนั่น

(แบบที่เพื่อน 3 คนนั้นของเขาคอยบอกอยู่เสมอว่า

ถ้าเขาเลิกแบกและเอามันลงเสียบ้าง อะไรๆ ในชีวิตมันอาจจะดีขึ้นกว่านี้)


หลังจากนั้นอีก 3 วันกวงเทียนก็หยิบแฟ้มนั่นขึ้นมาดูผ่านๆ อย่างเสียไม่ได้

ด้วยความคิดแรกที่ว่า..กระดาษพวกนี้คงต้องย้ายไปอยู่ในถังขยะ..

แต่แล้วเขาก็พบว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น....

..เธอเป็นใครกันแน่นะ..เขาถามตัวเอง และนึกถึงเธอ

ผู้หญิงหน้าตาเรียบๆ จืดๆ ดูไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิดคนนั้น..

ผู้หญิงที่วิ่งตามมาเพื่อพูดกับเขาอย่างกล้าหาญด้วยสีหน้าและคำพูดจริงจัง

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสังเกตเห็นว่ามือเล็กๆ ที่กำแน่นและคลายออกสลับกันไปมาแบบเกร็งๆ

ท่าทางที่บ่งบอกถึงความไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองของเธอ

..แล้วใช่เธอคนนี้จริงๆ เหรอ..คนที่เขียนเพลงที่เขากำลังดูอยู่ทั้งหมดนี่...

ถ้าหากไม่ได้เจอตัวเธอมาก่อน เขาคงไม่มีทางเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะเขียนเพลงพวกนี้ได้จริงๆ

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากจะยอมรับต่างหาก...




kookkai
#39   [ 26-01-2014 - 16:17:36 ]


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...

"เฮ้ย..กวงเทียน....อย่าเงียบสิว่ะ ถ้านายยังเห็นพวกเราเป็นเพื่อน มาดื่มกันหน่อยนะ"

คำพูดพวกนี้ จีนเป็นคนโทรมาลากเขาออกไปดื่มเพื่อคุยกันอย่างจริงๆจังๆ เสียที

หลังจากที่เขาเลี่ยงการพูดคุยกับพวกมัน 3 คนมาได้พักหนึ่งแล้ว (ยังคงเคืองเรื่องที่โดนหักหลังไม่หาย)

"เธอไม่ธรรมดาจริงๆ นะ เสี่ยวเม่ยน่ะ นายดูเพลงที่เธอแต่งแล้วก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ"

อิ่งฟงพูดอย่างมีเหตุผล

กวงเทียนยกเบียร์ขึ้นดื่มแบบเลี่ยงๆ ยังไม่ตอบในทันที

เขาเองก็ปฎิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเพลงพวกนั้นมันใช้ได้จริงๆ

มันดีเลยก็ว่าได้ ดีชนิดที่หาได้ยากว่าจะมีใครทำไดดีขนาดนี้

"ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะมีปัญญาทำอะไรได้ขนาดนี้ บางทีเธออาจจะมีใครคอยช่วยอยู่ก็ได้

พวกนายแน่ใจได้ยังไงว่าเธอเขียนมันเองทั้งหมด หรือว่า พวกนายมีใครรู้ตื้นลึกหนาบางของเธอหรือยังไง"


กวงเทียนยังดันทุรังหาเรื่องไปจนไำด้ ทำเอาเพื่อนๆ ทั้ง 3 ทำหน้าระอาสุดขีด

"นายหยุดอคติบ้าๆ อะไรนั่นสักทีได้มั้ยฮะกวงเทียน" จีนบอกอย่างเซ็งๆ

"รวมทั้งศักดิ์ศรีบ๊องๆ ที่นายแบกเอาไว้บนหน้ายุ่งๆ ของนายด้วย

เคยส่องกระจกดูตัวเองตอนนี้บ้างรึเปล่าว่าเป็นยังไงน่ะ"
เหลยเซิงร่วมด้วยเหมือนจะล้อเล่นแต่แอบกัดไปในที

"นั่นเป็นเพราะว่านายไม่สนใจจะทำความรู้จักเธอเองต่างหากกวงเทียน"

อิ่งฟงเองพอจะเข้าใจนิสัยของกวงเทียน ในเมื่อเขาพูดและแสดงออกมาแล้วว่าไม่ยอมรับ

ฉะนั้นอยู่ๆ จะให้เขาคล้อยตามยอมรับง่ายๆ มันจะเป็นการเสียหน้าอย่างแรง

แต่เขาเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จึงเอ่ยแบบนั้นออกไป

"ใช่เลย ที่อิ่งฟงพูดน่ะตรงประเด็นสุดๆ แล้ว มีแต่นายนั่นแหละที่เดินหนีเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

ไม่ได้คิดจะพูดคุยทักทายทำความรู้จักอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว"
จีนว่า

"ไม่นับรวมที่ปิดประตูใส่หน้า แล้วก็ขับรถออกไป

โดยไม่ยอมฟังเธอที่อุตส่าห์ตามไปเพื่อคุยกับนายด้วย"
เหลยเซิงช่วยเสริม

แต่ละคนช่วยย้อนเหตุการณ์อันควรค่าแก่การจดจำเพื่อนำมาประชดเขาในภายถาคหน้าได้อย่างแม่นยำ

แต่กวงเทียนมองเพื่อนด้วยสายตานิ่งๆ

จากที่ฟัง...แสดงว่าเรื่องอื่นๆ ที่เขาทำกับเธอ....

หมายถึง เรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ที่พวกเพื่อนเขาพูดมาทั้งหมดนั่นน่ะ

ดูเหมือนเธอจะไม่ได้บอกใครสินะ..แต่ก็แน่ล่ะ ไม่เห็นจะแปลก เขายักไหล่ให้กับเรื่องนั้นอย่างไม่แคร์

ประเด็นเดียวตอนนี้ที่เขาแคร์คือ เรื่องเพลงพวกนั้นที่เธอแต่งต่างหาก

แล้วเขาก็ได้รู้เรื่องของเธอมากขึ้นจากการฟังเพื่อนๆ บอก

และหลังจากรู้แล้ว ความแปลกใจทั้งหมดจึงได้คลายลง


"เสี่ยวเม่ยไม่ธรรมดาจริงๆ อย่างที่อิ่งฟงว่านั่นแหละ เธอเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุสิบขวบ

เล่นดนตรีตั้งแต่อายุสิบสอง และพออายุสิบห้าเพลงที่เธอแต่งก็ได้รางวัล S.M.A.A.

(Silver Melody Artistry Award)เป็นรางวัลสำหรับพวกนักดนตรีหน้าใหม่ของอเมริกาน่ะ

รางวัลนี้ดังสุดๆ ไปเลยที่ New York นายก็รู้นี่"


"แถมเพลงที่เข้าประกวดมีเป็นพันๆ เลย เสี่ยวเม่ยอายุน้อยที่สุดด้วย

และเธอก็ชนะอีกต่างหาก ทั้งที่เป็นเด็กโนเนมแท้"


"แล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ใช่นักแต่งเพลงโนเนมอีกต่อไป ค่าย BMG ที่นั่นจ้างเธอไว้

เสี่ยวเม่ยแต่งเพลงให้ศิลปินเยอะแยะเลย คิดดูสิตอนนั้นเธอเพิ่งจะ 15 เองนะ"


จีนจาระไนชื่อศิลปินชื่อดังพวกนั้นที่แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก

กวงเทียนถึงกับนิ่งไป ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง

แต่เขาก็ได้เห็นมันเองกับตาแล้วจากเพลงที่จางหาวเอาไปให้ดู

"พออายุสิบเก้าเธอเรียนจบ College.... ด้านดนตรีโดยตรง จากนั้นก็ย้ายมาอยู่ับ Sony

ทำอยู่สามปี จนในที่สุดก็มาไทเป แล้วก็มาถึงพวกเรานี่ไงล่ะ"
จีนบอก

"เธอเล่นคีย์บอร์ดยังไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วไปเรียนที่ college ชื่อดังนั่นได้ด้วยเหรอ"

กวงเทียนวิจารณ์อย่างไม่ยอมรับง่ายๆ ก็วันนั้นที่เขาเจอเธอหนที่ 2 เขายังเห็นเหลยเซิงสอนเธออยู่เลย

"นั่นเป็นเพราะว่าเธอจบด้านเครื่องสายมาต่างหากล่ะกวงเทียน" เหลยเซิงส่ายหน้าไปมาช้าๆ อธิบายอย่างใจเย็น

"เธอเล่นเครื่องสายได้แทบทุกชนิดเลยนะ ทั้งเชลโล่ ไวโอลีน ถ้าได้ฟังนายจะทึ่ง"

นานๆ ครั้งอิ่งฟงจะแสดงความเห็นออกมา แต่พิจารณาจากท่าทางน้ำเสียง

ดูเหมือนว่าเขาจะพูดตามความรู้สึกและความทรงจำตอนที่เธอเล่นเชลโล่ให้เขาฟัง

ส่วนกวงเทียนไม่ได้พูดโต้แย้งอะไรอีกเลย นอกจากดื่มเงียบๆ ฟังเพื่อนๆ พูดต่อจากนั้น


kookkai
#40   [ 26-01-2014 - 18:32:16 ]


กระดาษสีขาวแต่ละแผ่นที่เต็มตัวหนังสือที่เป็นระเบียบตัวเล็กๆ พอมองออกว่าเป็นลายมือของผู้หญิง

รอยยับเล็กน้อยของกระดาษแสดงว่ากระดาษพวกนั้นได้ผ่านการหยิบจับมันขึ้นมาดูบ้างแล้ว

และคนที่ทำอย่างนั้นก็คือ กวงเทียน ที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหนัง มีกีตาร์โปร่งบนตัก

ท่อนขายาวเหยียดพาดอยู่บนโต๊ะตรงหน้า

นิ้วเรียวยาวกดไล่ไปตามคอร์ทกีตาร์ และเกาสายแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วอีกข้าง

ท่าทางของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่สักอย่าง

เวลานี้ก็บ่าย 2 แล้ว...เขานั่งอยู่อย่างนี้มาตั้งแต่ 9 โมงเช้าหลังจากตื่นนอนที่แสนทรมาน

และไม่เคยมีเช้าวันไหนจะพบกับความรู้สึกอื่นๆ นอกจากความรู้สึกแบบนี้..

ทรมาน....คำเดียวที่จำกัดความได้ดีที่สุดสำหรับการนอนของเขา

นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองกระดาษพวกนั้นที่ถูกทับไว้อย่างช่วยไม่ได้

กระดาษแผ่นบนสุดที่ถูกที่เขี่ยบุหรี่หนักๆ ทับไว้ตรงมุมโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่

ปลิวลงจากโต๊ะที่เขาเอาขายาวๆ วางพาดอยู่เมื่อครู่ และร่วงหล่นลงมาช้าๆ

ลายมือที่เขียนด้วยดินสอสีดำเข้มบนมุมกระดาษเห็นชัดเจนกว่าบรรทัดอื่นๆ

นั่นคือชื่อของเพลงๆ นั้น... Gray Paper

ร่างสูงลุกจากโซฟาเอากีตาร์ไปวางพิงพนักข้างๆ ตัว

แล้วก้าวไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองเงียบๆ อยู่ 2-3 นาที

กวงเทียนเดินไปหยิบกุญแจรถบนโต๊ะ พร้อมกับดึงกระดาษทั้งหมดที่เหลือพวกนั้นม้วนลวกๆ ไว้ในมือ

แล้วเดินออกจากห้องไป...............




ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้

CLUBDARA.COM